ข้อกำหนดและเงื่อนไขในการใช้งานระบบสภาวิศวกร
ข้อกำหนดและเงื่อนไขในการใช้งานระบบสภาวิศวกรฉบับนี้ ได้ระบุถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขในการใช้งานและบริการใดๆ ของสภาวิศวกรแก่ผู้ใช้บริการ
(โดยแต่ละรายเรียกว่า "ผู้ใช้" หรือ "ผู้ใช้รายต่างๆ" ขึ้นอยู่กับเนื้อหา)
1. คำนิยาม
คำและข้อความดังต่อไปนี้ให้มีความหมายตามที่ได้กำหนดไว้ด้านล่างเมื่อมีการใช้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้
1.1 "เนื้อหา" หมายถึง ข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อความ รูปภาพ ไฟล์ รหัสคอมพิวเตอร์ และข้อมูลอื่นๆ
1.2 "เนื้อหาหลัก" หมายถึง เนื้อหาที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านทางบริการฯ
1.3 "เนื้อหาจากผู้ใช้" หมายถึง เนื้อหาที่ผู้ใช้ได้ส่ง ส่งผ่าน หรือ อัปโหลดบนระบบบริการฯ
1.4 "ระบบ" หมายถึง เว็บไซต์ http://www.coe.or.th
2. การตกลงยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้
2.1 ผู้ใช้ทุกรายจะต้องใช้บริการฯ ตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้ โดยผู้ใช้จะไม่สามารถใช้บริการฯ ได้เว้นเสียแต่ผู้ใช้ได้ตกลงยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข ฉบับนี้แล้ว
2.2 ผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้เยาว์จะสามารถใช้บริการฯ ได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบกฎหมายเท่านั้น
2.3 หากมีข้อกำหนดและเงื่อนไข เพิ่มเติมใดๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บริการฯ ผู้ใช้จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไข เพิ่มเติมดังกล่าวเช่นเดียวกับข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ในการใช้งานฉบับนี้
3. การแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้ ระบบอาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้ได้ตลอดเวลาตามที่เห็นสมควรซึ่งจะอยู่ภายใต้ขอบวัตถุประสงค์ของข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้ ในกรณีดังกล่าว ระบบจะแจ้งเนื้อหาของข้อกำหนดฉบับแก้ไข รวมถึงวันที่มีผลบังคับใช้บนเว็บไซต์ของระบบหรืออาจแจ้งให้ผู้ใช้ทราบด้วยวิธีการอื่นใดตามที่ระบบกำหนด ทั้งนี้ ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับแก้ไขจะมีผลบังคับใช้ตามวันที่กำหนดต่อไป
4.บัญชี
4.1 เมื่อใช้บริการฯ ผู้ใช้อาจมีความจำเป็นต้องลงทะเบียนการใช้บริการฯ ด้วยข้อมูลบางประการ ทั้งนี้ ผู้ใช้ต้องให้ข้อมูลที่เป็นความจริง ถูกต้อง ครบถ้วนและมีหน้าที่ต้องปรับปรุงและแก้ไขข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
4.2 ในกรณีที่ผู้ใช้ลงทะเบียนข้อมูลการยืนยันตัวตนใดๆ (Authentication information) เมื่อใช้บริการฯ ผู้ใช้ต้องใช้ความระมัดระวังในการจัดการข้อมูลดังกล่าวด้วยความรับผิดชอบของตน เพื่อให้เป็นที่แน่ใจว่าข้อมูลดังกล่าวจะไม่ถูกนำไปใช้ในลักษณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ระบบอาจถือว่ากิจกรรมใดๆ ซึ่งดำเนินการโดยการใช้ข้อมูลการรับรองตัวตนดังกล่าว เสมือนเป็นกิจกรรมที่ผู้เป็นเจ้าของข้อมูลได้ดำเนินการด้วยตนเองทั้งสิ้น
4.3 บัญชีแต่ละบัญชีในการใช้บริการฯ นั้น มีไว้เพื่อการใช้งานเฉพาะบุคคลและเป็นของเจ้าของบัญชีนั้นแต่เพียงผู้เดียว ผู้ใช้ไม่สามารถโอน ให้ยืม หรือจำหน่ายสิทธิในการใช้บัญชีของตนแก่บุคคลภายนอก ขณะเดียวกันบุคคลภายนอกก็ไม่สามารถรับช่วงสิทธิหรือสืบทอดบัญชีจากผู้ใช้ดังกล่าวได้เช่นกัน{' '}
5. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
5.1 ระบบให้ความสำคัญแก่ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการฯ เป็นลำดับแรก
5.2 ระบบจะคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการฯ อย่างเหมาะสมตาม "นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสภาวิศวกร"
5.3 ระบบให้คำมั่นที่จะใช้ความระมัดระวังและความเอาใส่ใจอย่างสูงสุดกับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้แน่ใจว่ามีการจัดการข้อมูลใดๆ ซึ่งเก็บรวบรวมจากผู้ใช้บริการฯ อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
6. การให้บริการฯ
6.1 ผู้ใช้จะเป็นผู้รับผิดชอบจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ สมาร์ทโฟน อุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ระบบปฏิบัติการ วิธีการเชื่อมต่อสื่อสารและกระแสไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งจำเป็นต่อการใช้บริการฯ ทั้งนี้ ผู้ใช้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
6.2 ระบบขอสงวนสิทธิในการจำกัดการเข้าถึงการใช้บริการฯ ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนของผู้ใช้บริการฯ การสงวนสิทธิดังกล่าวขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ ระบบเห็นสมควร เช่น อายุและการระบุตัวตนของผู้ใช้บริการฯ การลงทะเบียน สถานภาพ และองค์ประกอบอื่นใดที่มีความคล้ายคลึงกัน
6.3 ระบบขอสงวนสิทธิในการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนฯ ในการใช้บริการทั้งหมด
6.4 ระบบอาจหยุดการให้บริการฯ ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าแก่ผู้ใช้ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เมื่อทำการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมระบบ
(2) เมื่อไม่สามารถให้บริการได้เนื่องจากเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น อุบัติเหตุ (ไฟไหม้ไฟดับ ฯลฯ ) ปรากฏการณ์ธรรมชาติ สงคราม การจลาจล และข้อพิพาทแรงงาน
(3) เมื่อระบบเกิดความขัดข้องหรือมีการใช้งานระบบมากเกินกำลัง (Overload)
(4) เพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้หรือบุคคลภายนอกหรือเพื่อดำเนินภาระกิจอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในกรณีฉุกเฉิน
(5) เมื่อระบบเห็นว่ามีความจำเป็นและเป็นการสมควรนอกจากกรณีที่ได้ระบุไว้ในข้อ (1) ถึง (4) ข้างต้น
7. การแจ้งเหตุฉุกเฉินผู้ใช้ไม่สามารถพึ่งพาบริการฯ นี้เป็นบริการหลักในการแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเหตุไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเล หน่วยงานดับเพลิง หรือหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งให้บริการฉุกเฉิน{' '}
8. การประกาศระบบขอสงวนสิทธิที่ในการประกาศ แจ้งข้อมูลของ ระบบหรือของบุคคลภายนอกบนระบบการให้บริการฯ
9. ผู้ให้บริการภายนอกการให้บริการฯ นี้อาจมีเนื้อหาฯ หรือบริการอื่นใดซึ่งให้บริการหรือจัดทำโดยผู้ให้บริการภายนอก ในการนี้ผู้ให้บริการภายนอกดังกล่าวจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวเกี่ยวกับเนื้อหาฯ และ/หรือการให้บริการดังกล่าว นอกจากนี้ เนื้อหาฯ หรือบริการฯ ดังกล่าวอาจตกอยู่ภายใต้ข้อกำหนด การใช้ หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นใดซึ่งผู้ให้บริการภายนอกได้กำหนดไว้สำหรับเนื้อหาและบริการนั้นๆ
10. เนื้อหา
10.1 ระบบอนุญาตให้ผู้ใช้ใช้บริการฯ เนื้อหาหลักที่จัดให้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้บริการฯ ของผู้ใช้โดยไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ไม่สามารถส่งหรือโอน อนุญาตช่วง หรืออนุญาตให้ใช้สิทธิ แก่บุคคลภายนอกได้ (non-transferable, non-re-licensable, non-exclusive license)
10.2 ผู้ใช้จะต้องไม่ใช้เนื้อหาหลักเกินจากขอบวัตถุประสงค์ของการใช้บริการฯ (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการทำสำเนา การส่ง การทำซ้ำ และการแก้ไขเปลี่ยนแปลง)
10.3 ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการที่จะสำรองเนื้อหาจากผู้ใช้ (Back-up) ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน ผู้ใช้จะต้องดำเนินการดังกล่าวด้วยตนเอง ระบบไม่มี หน้าที่และภาระในการสำรองเนื้อหาจากผู้ใช้แต่อย่างใด
11. ค่าธรรมเนียมการใช้บริการ
11.1 ในรอบการสมัครใดๆ หากมีเงื่อนไขที่ต้องชำระค่าธรรมเนียม ผู้ใช้มีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร เพื่อยืนยันการขอสมัครและประมวลผลการคัดเลือกเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของสถาบันการศึกษาที่อยู่ภายในระบบในช่วงเวลาที่ ระบบกำหนด ซึ่งผู้ใช้จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขเหล่านี้อย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาประโยชน์ของตนเองและรักษาสิทธิ์ในใบสมัครนั้น
11.2 ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อขอยกเลิกการยืนยันการสมัครในระบบตามช่วงเวลาที่ระบบกำหนด อย่างไรก็ตามหากผู้ใช้ดำเนินตามขั้นตอนเพื่อขอยกเลิกการสมัครดังกล่าวแล้ว ผู้ใช้ไม่สามารถยกเลิกการขอยกเลิกใบสมัครดังกล่าวได้ ในกรณีนี้ ค่าธรรมเนียมซึ่งผู้ใช้ได้ชำระไปแล้วนั้นไม่สามารถขอเรียกรับเงินคืนได้ อย่างไรก็ตามข้อกำหนดนี้อาจไม่มีผลบังคับใช้หากมีกฎหมายให้อำนาจไว้เป็นอื่น
12. ข้อจำกัดการใช้งาน
ผู้ใช้ไม่สามารถกระทำการดังต่อไปนี้เมื่อใช้บริการฯ ได้ ตามที่ ระบบกำหนด
12.1 การกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ข้อบังคับ คำพิพากษา มติหรือคำสั่งศาล หรือมาตรการทางปกครองที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย
12.2 การกระทำที่อาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
12.3 การกระทำที่ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตร สิทธิในชื่อเสียง ความเป็นส่วนตัว และสิทธิอื่นๆ ทั้งหมดที่ได้รับตามกฎหมายหรือตามสัญญากับ ระบบและ/หรือบุคคลที่สาม
12.4 การกระทำที่อาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ระบบและ/หรือบุคคลภายนอกหรือการจงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จ
12.5 การกระทำที่เป็นการแลกเปลี่ยนสิทธิในการใช้เนื้อหาฯ เป็นเงินสด ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ทางการเงินอื่นๆ นอกเสียจากที่ ระบบกำหนดไว้
12.6 การกระทำที่เป็นการเก็บรวบรวม เปิดเผย หรือการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น ข้อมูลที่จดทะเบียน ประวัติผู้ใช้ หรือข้อมูลอื่นๆ ในทำนองเดียวกันโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เหมาะสม
12.7 การกระทำซึ่งเป็นการแทรกแซงเครื่องแม่ข่ายและ/หรือระบบเครือข่ายของการให้บริการฯ การกระทำซึ่งเป็นการใช้บริการฯ ในทางที่ผิดด้วยการใช้บ็อท (bots) เป็นเครื่องมือเพื่อโกงหรือด้วยวิธีการทางเทคนิคอื่นๆ การกระทำที่ใช้ข้อบกพร่องของการบริการฯ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน การกระทำที่ทำการสอบถามคำถามซ้ำๆ เกินความจำเป็น และการกระทำที่เป็นการแทรกแซงการให้บริการฯ ของ ระบบหรือการใช้บริการฯ ของผู้ใช้
12.8 การถอดรหัสซอร์สโค้ดของบริการโดยวิธีวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse engineering) การถอดประกอบหรือสิ่งที่คล้ายคลึงกัน เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมาะสมหรือในลักษณะที่ไม่เป็นธรรม
12.9 การกระทำที่ให้ความช่วยเหลือหรือส่งเสริมกิจกรรมใดๆ ที่ระบุไว้ในข้อ 12.1 ถึงข้อ 12.8 ข้างต้น
12.10 การกระทำอื่นใด นอกเหนือจากที่ระบุในข้อ 12.1 ถึงข้อ 12.9 ที่สภาวิศวกรเห็นว่าไม่เหมาะสม
13. ความรับผิดชอบของผู้ใช้
13.1 ผู้ใช้มีหน้าที่ดำเนินการตามช่วงเวลาที่ ระบบกำหนดเปิดให้บริการ รวมทั้งการตรวจสอบ ข้อมูล เนื้อหาส่วนบุคคล ให้เป็นปัจจุบันและถูกต้องอยู่เสมอ
13.2 ในกรณีที่เกิดความสูญเสียหรือความเสียหายแก่ระบบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม (ซึ่งรวมถึงโดยไม่จำกัดเพียงค่าทนายความ) เนื่องจากการใช้บริการฯ ของผู้ใช้ (ซึ่งรวมถึงโดยไม่จำกัดเพียงกรณีที่มีบุคคลภายนอกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากระบบเนื่องจากการใช้บริการฯ ดังกล่าว) ผู้ใช้มีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ระบบทันที ที่ระบบร้องขอ
14. ข้อจำกัดความรับผิดของ ระบบ
14.1 ระบบจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายอันเกิดจากการกระทำของผู้ใช้ในการใช้บริการฯ
14.2 ระบบจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย ค่าใช้จ่าย ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ระบบอื่น หรือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกับระบบซึ่งรวมถึงจากความไม่ถูกต้องแม่นยำของข้อมูล ความล่าช้าในการถ่ายโอนข้อมูล ระยะเวลาในการเผยแพร่ข้อมูล เหตุขัดข้องหรืออุปสรรคของการเชื่อมต่อ ความผิดพลาดในการแสดงผล ความเสถียรของระบบไวรัสคอมพิวเตอร์
15.การแจ้งเตือนและการติดต่อ
15.1 สำหรับการแจ้งเตือนจาก ระบบหรือ หน่วยงานในเครือ ต่อผู้ใช้เกี่ยวกับบริการ ระบบอาจใช้วิธีการที่เห็นว่าเหมาะสม เช่น การประกาศไว้ในระบบการให้บริการหรือเว็บไซต์ของ ระบบเอง
16. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูล
16.1 สภาวิศวกรจะนำข้อมูลของท่านมาใช้เพื่อเพื่อดำเนินการและให้บริการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบรรดาคำขอ ใบสมัคร การอนุญาต การทะเบียน คำสั่งทางปกครอง หรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์ https://www.coe.or.th แพลตฟอร์มออนไลน์ และช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ ในเครือ ตลอดจนการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้งาน ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ท่านให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
16.2 หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ สภาวิศวกรจะแจ้งให้ท่านทราบเพื่อขอความยินยอม และจัดให้มีบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐาน
16.3 ทั้งนี้ สภาวิศวกรจะไม่กระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อประโยชน์อย่างอื่น ที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับท่านไว้ก่อนหรือขณะเก็บรวบรวม
17. การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
17.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล สภาวิศวกรจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านโดยขอความยินยอมจากท่านก่อน เว้นแต่กรณีที่กฎหมายให้อำนาจไว้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 หรือ มาตรา 26
17.2 สภาวิศวกรจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์ที่สภาวิศวกรได้แจ้งไว้ในข้อ 16
17.3 สภาวิศวกรจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านเฉพาะเท่าที่จำเป็น ภายใต้วัตถุประสงค์ที่สภาวิศวกรได้แจ้งไว้ในข้อ 16
17.4 สภาวิศวกรจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธ์ุ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อท่านในทำนองเดียวกันตามประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เว้นแต่เป็นกรณีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 หรือมาตรา 26 บัญญัติให้กระทำได้
17.5 การใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สภาวิศวกรจะไม่ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านก่อนที่จะได้รับความยินยอมจากท่าน เว้นแต่เป็นข้อมูลของท่านที่เก็บรวบรวมได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 หรือมาตรา 26
17.6 สภาวิศวกรจะดูแลให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในเรื่องนี้โดยเฉพาะ มิให้ ใช้ หรือเปิดเผย แสดง หรือทำให้ปรากฏในลักษณะอื่นใดซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ตามขอบเขตที่ท่านได้ให้ความยินยอม หรือขอบเขตที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้
17.7 ในกรณีที่สภาวิศวกรจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลภายนอก บุคคลหรือนิติบุคคลภายนอกนั้นจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์ในการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้สภาวิศวกรทราบก่อน และต้องไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้ให้ไว้แก่สภาวิศวกร
17.8 สภาวิศวกรอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบุคคลหรือนิติบุคล เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ข้อมูล การประมวลผล การให้บริการ หรือการดำเนินการใด ๆ ภายใต้วัตถุประสงค์ตามข้อ 16
17.9 ในกรณีที่สภาวิศวกร ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม สภาวิศวกรจะบันทึกการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนั้นเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์
17.10 ในกรณีที่สภาวิศวกรส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์กรระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตราฐานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เว้นแต่เป็นกรณีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28 (1) – (6)
18. ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้การใช้บริการเว็บไซต์นี้หรือการตีความข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการเว็บไซต์นี้ให้เป็นไปตามกฎหมายไทย
1. คำนิยาม
คำและข้อความดังต่อไปนี้ให้มีความหมายตามที่ได้กำหนดไว้ด้านล่างเมื่อมีการใช้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้
1.1 "เนื้อหา" หมายถึง ข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อความ รูปภาพ ไฟล์ รหัสคอมพิวเตอร์ และข้อมูลอื่นๆ
1.2 "เนื้อหาหลัก" หมายถึง เนื้อหาที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านทางบริการฯ
1.3 "เนื้อหาจากผู้ใช้" หมายถึง เนื้อหาที่ผู้ใช้ได้ส่ง ส่งผ่าน หรือ อัปโหลดบนระบบบริการฯ
1.4 "ระบบ" หมายถึง เว็บไซต์ http://www.coe.or.th
2. การตกลงยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้
2.1 ผู้ใช้ทุกรายจะต้องใช้บริการฯ ตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้ โดยผู้ใช้จะไม่สามารถใช้บริการฯ ได้เว้นเสียแต่ผู้ใช้ได้ตกลงยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข ฉบับนี้แล้ว
2.2 ผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้เยาว์จะสามารถใช้บริการฯ ได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบกฎหมายเท่านั้น
2.3 หากมีข้อกำหนดและเงื่อนไข เพิ่มเติมใดๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บริการฯ ผู้ใช้จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไข เพิ่มเติมดังกล่าวเช่นเดียวกับข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ในการใช้งานฉบับนี้
3. การแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้ ระบบอาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้ได้ตลอดเวลาตามที่เห็นสมควรซึ่งจะอยู่ภายใต้ขอบวัตถุประสงค์ของข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้ ในกรณีดังกล่าว ระบบจะแจ้งเนื้อหาของข้อกำหนดฉบับแก้ไข รวมถึงวันที่มีผลบังคับใช้บนเว็บไซต์ของระบบหรืออาจแจ้งให้ผู้ใช้ทราบด้วยวิธีการอื่นใดตามที่ระบบกำหนด ทั้งนี้ ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับแก้ไขจะมีผลบังคับใช้ตามวันที่กำหนดต่อไป
4.บัญชี
4.1 เมื่อใช้บริการฯ ผู้ใช้อาจมีความจำเป็นต้องลงทะเบียนการใช้บริการฯ ด้วยข้อมูลบางประการ ทั้งนี้ ผู้ใช้ต้องให้ข้อมูลที่เป็นความจริง ถูกต้อง ครบถ้วนและมีหน้าที่ต้องปรับปรุงและแก้ไขข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
4.2 ในกรณีที่ผู้ใช้ลงทะเบียนข้อมูลการยืนยันตัวตนใดๆ (Authentication information) เมื่อใช้บริการฯ ผู้ใช้ต้องใช้ความระมัดระวังในการจัดการข้อมูลดังกล่าวด้วยความรับผิดชอบของตน เพื่อให้เป็นที่แน่ใจว่าข้อมูลดังกล่าวจะไม่ถูกนำไปใช้ในลักษณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ระบบอาจถือว่ากิจกรรมใดๆ ซึ่งดำเนินการโดยการใช้ข้อมูลการรับรองตัวตนดังกล่าว เสมือนเป็นกิจกรรมที่ผู้เป็นเจ้าของข้อมูลได้ดำเนินการด้วยตนเองทั้งสิ้น
4.3 บัญชีแต่ละบัญชีในการใช้บริการฯ นั้น มีไว้เพื่อการใช้งานเฉพาะบุคคลและเป็นของเจ้าของบัญชีนั้นแต่เพียงผู้เดียว ผู้ใช้ไม่สามารถโอน ให้ยืม หรือจำหน่ายสิทธิในการใช้บัญชีของตนแก่บุคคลภายนอก ขณะเดียวกันบุคคลภายนอกก็ไม่สามารถรับช่วงสิทธิหรือสืบทอดบัญชีจากผู้ใช้ดังกล่าวได้เช่นกัน{' '}
5. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
5.1 ระบบให้ความสำคัญแก่ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการฯ เป็นลำดับแรก
5.2 ระบบจะคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการฯ อย่างเหมาะสมตาม "นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสภาวิศวกร"
5.3 ระบบให้คำมั่นที่จะใช้ความระมัดระวังและความเอาใส่ใจอย่างสูงสุดกับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้แน่ใจว่ามีการจัดการข้อมูลใดๆ ซึ่งเก็บรวบรวมจากผู้ใช้บริการฯ อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
6. การให้บริการฯ
6.1 ผู้ใช้จะเป็นผู้รับผิดชอบจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ สมาร์ทโฟน อุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ระบบปฏิบัติการ วิธีการเชื่อมต่อสื่อสารและกระแสไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งจำเป็นต่อการใช้บริการฯ ทั้งนี้ ผู้ใช้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
6.2 ระบบขอสงวนสิทธิในการจำกัดการเข้าถึงการใช้บริการฯ ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนของผู้ใช้บริการฯ การสงวนสิทธิดังกล่าวขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ ระบบเห็นสมควร เช่น อายุและการระบุตัวตนของผู้ใช้บริการฯ การลงทะเบียน สถานภาพ และองค์ประกอบอื่นใดที่มีความคล้ายคลึงกัน
6.3 ระบบขอสงวนสิทธิในการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนฯ ในการใช้บริการทั้งหมด
6.4 ระบบอาจหยุดการให้บริการฯ ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าแก่ผู้ใช้ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เมื่อทำการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมระบบ
(2) เมื่อไม่สามารถให้บริการได้เนื่องจากเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น อุบัติเหตุ (ไฟไหม้ไฟดับ ฯลฯ ) ปรากฏการณ์ธรรมชาติ สงคราม การจลาจล และข้อพิพาทแรงงาน
(3) เมื่อระบบเกิดความขัดข้องหรือมีการใช้งานระบบมากเกินกำลัง (Overload)
(4) เพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้หรือบุคคลภายนอกหรือเพื่อดำเนินภาระกิจอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในกรณีฉุกเฉิน
(5) เมื่อระบบเห็นว่ามีความจำเป็นและเป็นการสมควรนอกจากกรณีที่ได้ระบุไว้ในข้อ (1) ถึง (4) ข้างต้น
7. การแจ้งเหตุฉุกเฉินผู้ใช้ไม่สามารถพึ่งพาบริการฯ นี้เป็นบริการหลักในการแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเหตุไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเล หน่วยงานดับเพลิง หรือหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งให้บริการฉุกเฉิน{' '}
8. การประกาศระบบขอสงวนสิทธิที่ในการประกาศ แจ้งข้อมูลของ ระบบหรือของบุคคลภายนอกบนระบบการให้บริการฯ
9. ผู้ให้บริการภายนอกการให้บริการฯ นี้อาจมีเนื้อหาฯ หรือบริการอื่นใดซึ่งให้บริการหรือจัดทำโดยผู้ให้บริการภายนอก ในการนี้ผู้ให้บริการภายนอกดังกล่าวจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวเกี่ยวกับเนื้อหาฯ และ/หรือการให้บริการดังกล่าว นอกจากนี้ เนื้อหาฯ หรือบริการฯ ดังกล่าวอาจตกอยู่ภายใต้ข้อกำหนด การใช้ หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นใดซึ่งผู้ให้บริการภายนอกได้กำหนดไว้สำหรับเนื้อหาและบริการนั้นๆ
10. เนื้อหา
10.1 ระบบอนุญาตให้ผู้ใช้ใช้บริการฯ เนื้อหาหลักที่จัดให้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้บริการฯ ของผู้ใช้โดยไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ไม่สามารถส่งหรือโอน อนุญาตช่วง หรืออนุญาตให้ใช้สิทธิ แก่บุคคลภายนอกได้ (non-transferable, non-re-licensable, non-exclusive license)
10.2 ผู้ใช้จะต้องไม่ใช้เนื้อหาหลักเกินจากขอบวัตถุประสงค์ของการใช้บริการฯ (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการทำสำเนา การส่ง การทำซ้ำ และการแก้ไขเปลี่ยนแปลง)
10.3 ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการที่จะสำรองเนื้อหาจากผู้ใช้ (Back-up) ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน ผู้ใช้จะต้องดำเนินการดังกล่าวด้วยตนเอง ระบบไม่มี หน้าที่และภาระในการสำรองเนื้อหาจากผู้ใช้แต่อย่างใด
11. ค่าธรรมเนียมการใช้บริการ
11.1 ในรอบการสมัครใดๆ หากมีเงื่อนไขที่ต้องชำระค่าธรรมเนียม ผู้ใช้มีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร เพื่อยืนยันการขอสมัครและประมวลผลการคัดเลือกเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของสถาบันการศึกษาที่อยู่ภายในระบบในช่วงเวลาที่ ระบบกำหนด ซึ่งผู้ใช้จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขเหล่านี้อย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาประโยชน์ของตนเองและรักษาสิทธิ์ในใบสมัครนั้น
11.2 ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อขอยกเลิกการยืนยันการสมัครในระบบตามช่วงเวลาที่ระบบกำหนด อย่างไรก็ตามหากผู้ใช้ดำเนินตามขั้นตอนเพื่อขอยกเลิกการสมัครดังกล่าวแล้ว ผู้ใช้ไม่สามารถยกเลิกการขอยกเลิกใบสมัครดังกล่าวได้ ในกรณีนี้ ค่าธรรมเนียมซึ่งผู้ใช้ได้ชำระไปแล้วนั้นไม่สามารถขอเรียกรับเงินคืนได้ อย่างไรก็ตามข้อกำหนดนี้อาจไม่มีผลบังคับใช้หากมีกฎหมายให้อำนาจไว้เป็นอื่น
12. ข้อจำกัดการใช้งาน
ผู้ใช้ไม่สามารถกระทำการดังต่อไปนี้เมื่อใช้บริการฯ ได้ ตามที่ ระบบกำหนด
12.1 การกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ข้อบังคับ คำพิพากษา มติหรือคำสั่งศาล หรือมาตรการทางปกครองที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย
12.2 การกระทำที่อาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
12.3 การกระทำที่ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตร สิทธิในชื่อเสียง ความเป็นส่วนตัว และสิทธิอื่นๆ ทั้งหมดที่ได้รับตามกฎหมายหรือตามสัญญากับ ระบบและ/หรือบุคคลที่สาม
12.4 การกระทำที่อาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ระบบและ/หรือบุคคลภายนอกหรือการจงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จ
12.5 การกระทำที่เป็นการแลกเปลี่ยนสิทธิในการใช้เนื้อหาฯ เป็นเงินสด ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ทางการเงินอื่นๆ นอกเสียจากที่ ระบบกำหนดไว้
12.6 การกระทำที่เป็นการเก็บรวบรวม เปิดเผย หรือการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น ข้อมูลที่จดทะเบียน ประวัติผู้ใช้ หรือข้อมูลอื่นๆ ในทำนองเดียวกันโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เหมาะสม
12.7 การกระทำซึ่งเป็นการแทรกแซงเครื่องแม่ข่ายและ/หรือระบบเครือข่ายของการให้บริการฯ การกระทำซึ่งเป็นการใช้บริการฯ ในทางที่ผิดด้วยการใช้บ็อท (bots) เป็นเครื่องมือเพื่อโกงหรือด้วยวิธีการทางเทคนิคอื่นๆ การกระทำที่ใช้ข้อบกพร่องของการบริการฯ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน การกระทำที่ทำการสอบถามคำถามซ้ำๆ เกินความจำเป็น และการกระทำที่เป็นการแทรกแซงการให้บริการฯ ของ ระบบหรือการใช้บริการฯ ของผู้ใช้
12.8 การถอดรหัสซอร์สโค้ดของบริการโดยวิธีวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse engineering) การถอดประกอบหรือสิ่งที่คล้ายคลึงกัน เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมาะสมหรือในลักษณะที่ไม่เป็นธรรม
12.9 การกระทำที่ให้ความช่วยเหลือหรือส่งเสริมกิจกรรมใดๆ ที่ระบุไว้ในข้อ 12.1 ถึงข้อ 12.8 ข้างต้น
12.10 การกระทำอื่นใด นอกเหนือจากที่ระบุในข้อ 12.1 ถึงข้อ 12.9 ที่สภาวิศวกรเห็นว่าไม่เหมาะสม
13. ความรับผิดชอบของผู้ใช้
13.1 ผู้ใช้มีหน้าที่ดำเนินการตามช่วงเวลาที่ ระบบกำหนดเปิดให้บริการ รวมทั้งการตรวจสอบ ข้อมูล เนื้อหาส่วนบุคคล ให้เป็นปัจจุบันและถูกต้องอยู่เสมอ
13.2 ในกรณีที่เกิดความสูญเสียหรือความเสียหายแก่ระบบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม (ซึ่งรวมถึงโดยไม่จำกัดเพียงค่าทนายความ) เนื่องจากการใช้บริการฯ ของผู้ใช้ (ซึ่งรวมถึงโดยไม่จำกัดเพียงกรณีที่มีบุคคลภายนอกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากระบบเนื่องจากการใช้บริการฯ ดังกล่าว) ผู้ใช้มีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ระบบทันที ที่ระบบร้องขอ
14. ข้อจำกัดความรับผิดของ ระบบ
14.1 ระบบจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายอันเกิดจากการกระทำของผู้ใช้ในการใช้บริการฯ
14.2 ระบบจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย ค่าใช้จ่าย ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ระบบอื่น หรือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกับระบบซึ่งรวมถึงจากความไม่ถูกต้องแม่นยำของข้อมูล ความล่าช้าในการถ่ายโอนข้อมูล ระยะเวลาในการเผยแพร่ข้อมูล เหตุขัดข้องหรืออุปสรรคของการเชื่อมต่อ ความผิดพลาดในการแสดงผล ความเสถียรของระบบไวรัสคอมพิวเตอร์
15.การแจ้งเตือนและการติดต่อ
15.1 สำหรับการแจ้งเตือนจาก ระบบหรือ หน่วยงานในเครือ ต่อผู้ใช้เกี่ยวกับบริการ ระบบอาจใช้วิธีการที่เห็นว่าเหมาะสม เช่น การประกาศไว้ในระบบการให้บริการหรือเว็บไซต์ของ ระบบเอง
16. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูล
16.1 สภาวิศวกรจะนำข้อมูลของท่านมาใช้เพื่อเพื่อดำเนินการและให้บริการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบรรดาคำขอ ใบสมัคร การอนุญาต การทะเบียน คำสั่งทางปกครอง หรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์ https://www.coe.or.th แพลตฟอร์มออนไลน์ และช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ ในเครือ ตลอดจนการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้งาน ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ท่านให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
16.2 หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ สภาวิศวกรจะแจ้งให้ท่านทราบเพื่อขอความยินยอม และจัดให้มีบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐาน
16.3 ทั้งนี้ สภาวิศวกรจะไม่กระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อประโยชน์อย่างอื่น ที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับท่านไว้ก่อนหรือขณะเก็บรวบรวม
17. การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
17.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล สภาวิศวกรจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านโดยขอความยินยอมจากท่านก่อน เว้นแต่กรณีที่กฎหมายให้อำนาจไว้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 หรือ มาตรา 26
17.2 สภาวิศวกรจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์ที่สภาวิศวกรได้แจ้งไว้ในข้อ 16
17.3 สภาวิศวกรจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านเฉพาะเท่าที่จำเป็น ภายใต้วัตถุประสงค์ที่สภาวิศวกรได้แจ้งไว้ในข้อ 16
17.4 สภาวิศวกรจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธ์ุ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อท่านในทำนองเดียวกันตามประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เว้นแต่เป็นกรณีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 หรือมาตรา 26 บัญญัติให้กระทำได้
17.5 การใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สภาวิศวกรจะไม่ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านก่อนที่จะได้รับความยินยอมจากท่าน เว้นแต่เป็นข้อมูลของท่านที่เก็บรวบรวมได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 หรือมาตรา 26
17.6 สภาวิศวกรจะดูแลให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในเรื่องนี้โดยเฉพาะ มิให้ ใช้ หรือเปิดเผย แสดง หรือทำให้ปรากฏในลักษณะอื่นใดซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ตามขอบเขตที่ท่านได้ให้ความยินยอม หรือขอบเขตที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้
17.7 ในกรณีที่สภาวิศวกรจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลภายนอก บุคคลหรือนิติบุคคลภายนอกนั้นจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์ในการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้สภาวิศวกรทราบก่อน และต้องไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้ให้ไว้แก่สภาวิศวกร
17.8 สภาวิศวกรอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบุคคลหรือนิติบุคล เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ข้อมูล การประมวลผล การให้บริการ หรือการดำเนินการใด ๆ ภายใต้วัตถุประสงค์ตามข้อ 16
17.9 ในกรณีที่สภาวิศวกร ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม สภาวิศวกรจะบันทึกการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนั้นเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์
17.10 ในกรณีที่สภาวิศวกรส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์กรระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตราฐานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เว้นแต่เป็นกรณีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28 (1) – (6)
18. ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ฉบับนี้การใช้บริการเว็บไซต์นี้หรือการตีความข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการเว็บไซต์นี้ให้เป็นไปตามกฎหมายไทย